ทวงถนน (ของเรา)คืนมา! Reclaim the Streets
โดย ภัควดี วีระภาสพงษ์ : นักแปลและนักวิชาการอิสระ
ณ สี่แยกตรงถนนสายธุรกิจกลางมหานครใหญ่ (อาจเป็นลอนดอน นิวยอร์กซิตีหรือซิดนีย์) รถราวิ่งกันขวักไขว่กลางฝุ่นควันคละคลุ้ง จู่ ๆ ก็ปรากฏร่างประหลาดสูงโย่ง กอปรขึ้นจากมนุษย์ยืนบนลำไม้ยาว 3 ลำที่ผูกเป็นฐานสามเส้า ร่างเหล่านั้นปรี่เข้าขวางถนนกลางสี่แยก รถยนต์จากทุกด้านต่างหยุดลงพร้อมกัน ทันใดนั้นเอง กลุ่มคนหลายพันคนโผล่ออกมาจากที่ไหนไม่รู้เข้ายึดท้องถนน ทรายสองตันเทลงที่พื้นถนนเพื่อทำเป็นสนามเด็กเล่น ร้านรวงตั้งขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อแจกจ่ายอาหารและเครื่องดื่ม เสียงดนตรีดังกระหึ่มและหมู่ชนพากันเต้นรำ ปาร์ตี้เปิดฉากตั้งแต่ก่อนที่ตำรวจจะมาถึง และพอมาถึงแล้ว ตำรวจได้แต่ยืนมองตาปริบ ๆ
ฉากเหตุการณ์ข้างต้นไม่ใช่ภาพใน ความฝันหรือการจัดฉากเพื่อถ่ายทำภาพยนตร์ แต่มันคือการประท้วงที่เกิดมาแล้วในเมืองใหญ่กว่า 100 เมืองทั่วโลก ไม่ว่าในยุโรป อเมริกา หรือแม้กระทั่งแอฟริกา จุดกำเนิดของวิธีการประท้วงเพื่อเรียกร้องพื้นที่สาธารณะบนท้องถนนคืนมา มาจากคนหนุ่มสาวกลุ่มเล็ก ๆ ในอังกฤษที่เรียกตัวเองว่า Reclaim the Streets หรือ RTS

RTS อธิบายว่าตัวเองเป็นกลุ่ม “องค์กรไม่จัดตั้ง” (disorganization) ที่ไม่มีผู้นำ ไม่มีโครงสร้างตายตัว ไม่มีลำดับชั้นการบังคับบัญชา สมาชิกทุกคนเป็นอาสาสมัครที่ไม่ได้รับค่าจ้างและทำงานร่วมกันอย่างเท่า เทียม โดยมีคำขวัญประจำกลุ่มว่า “ถ้าเราเต้นรำไม่ได้ นี่ก็ไม่ใช่การปฏิวัติ!”
RTS ถือกำเนิดขึ้นมาในฤดูใบไม้ร่วง ค.ศ. 1991 ที่กรุงลอนดอน โดยเติบโตและแตกแขนงมาจากขบวนการต่อต้านการสร้างทางหลวงที่ทำลายชุมชนและ สิ่งแวดล้อมในอังกฤษ การเคลื่อนไหวที่เปรียบเสมือนแรงบันดาลใจของ RTS คือ การรณรงค์ครั้งใหญ่ 2 ครั้ง เพื่อประท้วงการสร้างทางเชื่อมมอเตอร์เวย์ M3 ที่ทไวฟอร์ดดาวน์ (Twyford Down) และทางเชื่อมมอเตอร์เวย์ M11 ที่ถนนแคลร์มอนต์ (Claremont Road)
ในการรณรงค์ทั้งสองครั้ง นักกิจกรรมหนุ่มสาวจับมือกับชาวเมืองท้องถิ่นและใช้ปฏิบัติการท้าทายซึ่ง หน้า (direct action) ต่อต้านการสร้างทางหลวง อาทิเช่น นอนขวางรถแทรกเตอร์ วางสิ่งกีดขวาง ขัดขวางการก่อสร้าง ฯลฯ การต่อต้านมอเตอร์เวย์สาย M11 ยาวนานถึง 18 เดือน! ในช่วงแรก ๆ รัฐบาลอังกฤษถึงกับทำอะไรไม่ถูกเลยทีเดียว
ถึงแม้ขบวนการต่อ ต้านถนนในระยะเริ่มแรกอาจเกิดมาจากแนวคิดด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การรักษาพื้นที่สีเขียว การรักษาชุมชนดั้งเดิม แต่ในเวลาต่อมา แนวคิดของ RTS ก็ขยายออกไปสู่ประเด็นที่กว้างขวางมากขึ้น การต่อต้านถนนและรถยนต์แม้จะเป็นกิจกรรมหลัก แต่ก็มีลักษณะในเชิงสัญลักษณ์มากขึ้น
รถยนต์เป็นสัญลักษณ์ของ ระบบทุนนิยมที่บิดเบี้ยว มันก่อให้เกิดมลภาวะ ทำลายสิ่งแวดล้อมและแบ่งแยกผู้คนออกจากกัน มนุษย์ปัจจุบันมีชีวิตท่ามกลาง “วัฒนธรรมรถยนต์” และถูกกรอกหูจนเชื่อว่า “ถนนคือสิ่งที่ดีต่อเศรษฐกิจ” เดี๋ยวนี้สินค้าเดินทางจากแหล่งผลิตมาถึงตลาดด้วยระยะทางที่ไกลขึ้น ผู้บริโภคก็ออกไปซื้อหาสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ตที่ไม่ได้อยู่ในละแวกบ้านของ ตน ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของ “การบริโภค” มันกลายเป็นดัชนีชี้วัด “ความเติบโตทางเศรษฐกิจ” แต่แท้ที่จริงแล้ว วิถีชีวิตแบบนี้คือการทำลายทรัพยากรอย่างละโมบโดยไม่คำนึงถึงอนาคต
RTS จึงไม่ใช่แค่ต่อต้านรถยนต์ แต่ต่อต้านระบบทุนนิยมโดยรวม RTS มีบทบาทร่วมกับกลุ่มนักกิจกรรมอื่น ๆ ในการรณรงค์หลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการต่อต้านเชลล์ใน ค.ศ. 1995 ประท้วงบริษัทน้ำมันบีพีใน ค.ศ. 1996 ร่วมประท้วงกับกรรมกรท่าเรือเมืองลิเวอร์พูลใน ค.ศ. 1997 และมีบทบาทโดดเด่นใน “คาร์นิวัลต่อต้านระบบทุนนิยม” ที่เป็นการประท้วงพร้อมกันในหลายประเทศทั่วโลกเมื่อเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1999 เหตุการณ์นี้เปรียบเสมือนการโหมโรง ก่อนที่ขบวนการสังคมใหม่จะเปิดตัว “เสมือนเป็นทางการ” ในการประท้วงการประชุม WTO ที่ซีแอตเติลในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน และจุดประกายให้เกิดการประท้วงลัทธิทุนนิยมเสรีนิยมใหม่อย่างต่อเนื่องมา จนถึงปัจจุบัน แน่นอน RTS มีบทบาทสำคัญในการประท้วงทุกครั้ง รวมทั้งเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดขบวนการแบบ RTS ขึ้นในเมืองต่าง ๆ ทั่วโลก อาทิเช่น อัมสเตอร์ดัม โทรอนโต ปราก เมลเบิร์น มาดริด นิวยอร์ก ฯลฯ
Reclaim the Streets คือตัวอย่างอันโดดเด่นของการแสดงออกถึงความเบิกบานของการต่อต้านขัดขืน สมดังที่สมาชิกคนหนึ่งในขบวนการกล่าวว่า “ความเปลี่ยนแปลงควรเป็นเรื่องสนุก”







