ยินดีต้อนรับ !

ใครออนไลน์อยู่บ้าง

เรามี 21 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

เพื่อนบ้าน

ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ThaiGreenMarket.com
FTA watch
ป้ายโฆษณา
SemReview
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป๋วยเสวนาคาร
พบเพื่อนใหม่ LifeStyle ตรงกัน

ชวนอ่านปาจาฯ ฉบับ6



วงเสวนา ชีวิตช้า ๓๖๐ องศา

By อัญญรัตน์ อ่อนสุทธิ, on 02-09-2008 00:59

Views : 181    

Favoured : 18

Published in : ข่าวกิจกรรม, อาสาสมัครเพื่อโลกน่าอยู่

 ๑๐ ส.ค. ๕๑ สถาบันต้นกล้าและกลุ่ม we change พากันแอ่วเหนือ ขึ้นเชียงใหม่พากันไป สัมมนาประเด็น we change และจัดเสวนาพูดคุย ?ชีวิตช้า ๓๖๐ องศา? เพื่อหาแนวคิด และเรื่องราวใหม่ๆ มาเป็นแนวทาง รณรงค์ประเด็น ?สโลดาวน์? ต่อไป    มีวิทยากร มากประสบการณ์มาร่วม ให้ความรู้ คือ ภัควดี วีระภาสพงษ์, พิภพ อุดมอิทธิพงศ์ สองนักแปลที่สนใจแนวคิดและการเคลื่อนไหวทางสังคมใหม่ๆ  และ นายแพทย์ กิจจา เจียรวัฒนกนก  จากกลุ่มจิตวิวัฒน์  จ.เชียงราย

คนละแนวแต่เมื่อมาแลกเปลี่ยนร่วมกัน ก็ให้ประเด็นที่น่าเก็บมา ขบคิดต่อไม่น้อย เริ่มจาก ?พิภพ? คอลัมนิสต์ และผู้แปลงาน ต้านเสรีนิยมใหม่อย่าง ?รั้วแห่งการกักกั้น หน้าต่างแห่งโอกาส? จากฝีมือเรียบเรียงของ ?นาโอมิ ไคลน์? นักข่าวและนักเคลื่อนไหวชื่อก้อง

 

พิภพเพิ่งกลับจากการเดินทางไป อิตาลีและได้มีโอกาสไปเยือน ?เมืองช้า? จึงน่าจะยังลืมบรรยากาศ ที่นั่นไม่ลง เลยเลือกประเด็น ?อาหารช้า? มาเล่าสู่กันฟัง ซึ่งถือเป็นรูปธรรมค่อนข้างมาก ในบรรดาประเด็นที่ถูกหยิบจับมาเคลื่อนไหว เพื่อชีวิตที่ช้าลง โดยเฉพาะในอิตาลีซึ่งมี ขบวนการอาหารช้า (slow food) หยั่งรากอยู่ โดยเริ่มมาตั้งแต่ปี ๑๙๘๖ หรือเมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้ว โดย  คาร์โล เพตรินี (Carlo Petrini) ซึ่งก่อตั้งขบวนการ ในจังหวะที่ฟาสต์ฟู้ดยักษ์ใหญ่ อย่างแมคโดนัลล์สาขาแรก จะเข้ามาตั้งในกรุงโรม

?เพตรินีเคลื่อนไหวจนมีการตั้งสาขาของ Slow food foundation ในสวิตแลนด์ เยอรมันนี นิวยอร์กฝรั่งเศส ญี่ปุ่น ก็ประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง ตามตัวเลขใน Google เห็นมีสมาชิก ๘๓,๐๐๐  คน ก็ไม่น้อยนะครับ ถ้าเป็นตัวโลกทั่วโลก?

ในประวัติบอกว่าเพตรินี เป็นพวกซ้ายเล็กน้อย  แต่เขาบอกไม่ได้คัดค้านหรือสนับสนุนโลกาภิวัตน์ เขาว่าไม่จำเป็นต้องเกลือกกลั้วกับการเมือง เขาเชื่อว่าโลกาภิวัตน์น้ำดียังมีอยู่ โลกาภิวัตน์บางอย่าง เป็นข้อดีของชาวนารายย่อย ทำให้พวกเขาสามารถขายพืชผลในราคาดีขึ้น ได้รับการปฏิบัติที่ดีกว่า

 

 

 

 

นับเป็นข้อมูลที่น่าสนใจ เพราะปกติ เราเคยชินว่า ขบวนการต้านอาหารฟาสต์ฟู้ด หรือธุรกิจของบรรษัทขนาดใหญ่ จะต้องเป็นหนึ่งเดียวกันกับ ขบวนการต้านโลกาภิวัตน์ นอกจากนี้ พิภพยังขยายความว่า ?อาหารช้า? จากมุมมองของเพตรินีว่า อาหารช้า คือ อาหารที่อร่อย (good) สะอาด (clean) และเป็นธรรม (fair) และเพตรินีเชื่อว่า การกินอาหารร่วมกัน เป็นพิธีกรรมหนึ่ง เขาวิจารณ์ว่า ผู้บริโภคในสังคมยุคหลังอุตสาหกรรมไม่รู้จักในสิ่งที่ตัวเองกิน   แต่อย่างไรก็ตาม ประเด็นอาหารช้า ยังคงถูกวิจารณ์ว่าเป็นเพียงการเสพสุขรูปแบบหนึ่งเท่านั้น 


?ก็มีคนวิจารณ์ว่าพวก Slow food เป็นพวกมีอุดมการณ์แบบหน่อมแน้ม   จริงๆแล้วเป็นพวกสุขนิยม  มันอยากบริโภค ก็เท่านั้นเองแหละ  พูดไปอย่างงั้นเองว่า อยากกินอาหารช้า ๆ  ก็คล้ายๆ แซวว่าเป็นฝ่ายซ้าย เพราะตอนประท้วง จะได้จีบสาว ผมว่า มันก็มีทั้งสองด้านนะ? พิภพกล่าวติดตลก 

ด้าน ?ภัควดี? นักแปลสาวมือฉมัง ผู้ติดตามความเคลื่อนไหวของประชาชนในแถบละตินอเมริกา มีงานแปลและเรียบเรียงบทความวิพากษ์ทุนนิยมออกมาต่อเนื่อง ก็ได้นำเสนอประเด็นที่ไม่พ้นไปจากนี้ ที่ว่า ?ชีวิตช้า? ไม่ได้เกี่ยวกับความช้าความเร็วในชีวิตประจำวันนักเพราะมนุษย์สักเท่าไหร่ ไม่ว่ายุคไหนก็มีทั้งสิ่งที่ทำช้าและทำเร็วไปด้วยกัน แต่เป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับเวลามากกว่า

 

มันมีสองแนวคิดที่กำลังต่อสู้กันอยู่   อย่างเช่นความคิดฝั่งหนึ่งบอกว่าชีวิตมันต้องทำอะไรให้เร็ว เร็วคือมีประสิทธิภาพและเวลาเป็นเงินเป็นทอง   ในอีกฝากหนึ่งจะบอกว่าชีวิตที่เรียบง่าย  ชีวิตที่ช้าสามารถไตร่ตรองถึงคุณค่าของชีวิตได้  ปัญหาก็คือ เราก็ต้องมาตั้งคำถามว่า ชีวิตช้าคืออะไร

 

 ?ความคิดเรื่องเวลาเปลี่ยนไปเมื่อระบบทุนนิยมเกิดขึ้น ในระบบนี้บังคับให้ต้องทำอะไรให้เร็วเพื่อให้คุ้มทุนในการผลิต ต้องป้อนงานให้เครื่องจักรอยู่ตลอดเวลา ต้องผลิตได้ตลอดเวลาไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น  ดังนั้น ?เวลา? ในระบบธุรกิจปัจจุบันจึงยาวแค่ ๓ เดือน นั่นคือการทำรายงานผลประกอบการทุกหนึ่งไตรมาส (๓เดือน) แรงงานจึงต้องทำงานให้เร็วที่สุด การกดขี่ก็เกิดขึ้น เวลาถูกผ่าแบ่งแยกย่อย  ดังนั้นจึงมีกลุ่มคนที่ตั้งคำถามกับชีวิตแบบนั้น ต้องการทบทวนการกลับมาใช้ชีวิตช้าๆ ซึ่งน่าจะหมายถึงการต่อต้านระบบวิธีคิดของทุนนิยมนั่นเอง ไม่ได้หมายความว่าต้องทำอะไรช้าๆ ? 

ต่อเนื่องจากประเด็นของภัควดี มีการแลกเปลี่ยนจากผู้ร่วมเสวนาในประเด็นว่า แล้วการจะสู้กับความเร็ว จะต้องไปสู้กันที่ระดับแนวคิด ปรัชญา หรือสู้ในวิถีการผลิต หรือกับอำนาจรัฐกันแน่ ด้านนักแปลสาวแลกเปลี่ยนว่าทุกสิ่งเชื่อมโยงกัน และเป็นความจำเป็นของนักเคลื่อนไหวด้านนี้ที่จะต้องโยงประเด็นเหล่านี้เข้าด้วยกัน ไม่อย่างนั้นก็จะเป็นอย่างที่ข้อวิจารณ์ที่เกิดตอนนี้ว่า ก็จะเป็นเพียงกิจกรรมของชนชั้นกลาง
ด้าน ?หมอกิจจา?  วิทยากรท่านสุดท้าย เริ่มต้นกระบวนการด้วยการให้ทุกคนตั้งจิตนิ่ง หลับตา แล้วเปิดดนตรีบรรเลงคลอไปด้วย แล้วเริ่มเสวนาด้วยประเด็นที่ว่า เวลามีสองด้าน คือ เวลาในนาฬิกาและเวลาในตัวเรา หมอให้นิยามของ?ชีวิตที่เร็ว? ว่าคือการที่เราไม่สนใจสิ่งอื่น นอกจากสิ่งที่เรามุ่งสนใจอย่างเดียว แต่ ?การช้า? คือการทำให้เรามีเวลาที่ได้ดูทั้งหมดอย่างละเอียด ให้ความสนใจกับสิ่งต่างๆ ในการรับรู้ได้อย่างเท่าเทียมกัน

ในทัศนะของหมอ ความช้าไม่ใช่เป้าหมายในตัวมันเอง แต่เป็นเครื่องมือสำหรับทำให้ผู้คน สังคมได้กลับมามองถึงสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัว ซึ่งถ้าเราไม่สามารถทำให้ผู้คนตระหนักถึงสิ่งที่เกิดขึ้นได้ โลกเราจะเป็นเหมือนกับม้าที่ใส่ที่บังตา โดยไม่เห็นว่าข้างๆ มีอะไรบ้าง 


สิ่งสำคัญคือการพยายามทำให้ชีวิตทั้งสองด้าน คือทั้งด้านเร็วและช้า สมดุลกัน ไปด้วยกันได้ 

 

 

 

 

 


โดยประสบการณ์จากการผ่าตัดของคุณหมอที่น่าสนใจยิ่งคือ ?ผ่าช้าๆ แล้วมันจะเร็ว? ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่หมดได้ประสบเองและถือเป็นแง่คิดบทเรียนต่อมา
 

 

Last update: 02-09-2008 01:05

Editors review User comments อ่านต่อ...
วงเสวนา ชีวิตช้า ๓๖๐ องศา
PDF พิมพ์ อีเมล
 
Free template 'Feel Free' by [ Anch ] Gorsk.net Studio. Please, don't remove this hidden copyleft!