ยินดีต้อนรับ !

ใครออนไลน์อยู่บ้าง

เรามี 29 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

เพื่อนบ้าน

ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ThaiGreenMarket.com
FTA watch
ป้ายโฆษณา
SemReview
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป๋วยเสวนาคาร
พบเพื่อนใหม่ LifeStyle ตรงกัน

ชวนอ่านปาจาฯ ฉบับ6



ทะเลแห่งสังสารวัฏ

By Administrator, on 19-07-2008 19:16

Views : 474    

Favoured : 33

Published in : บทความ, เรื่องดีๆ มีไว้แบ่งปัน



    ครั้งหนึ่ง ผมมีโอกาส อ่านเรื่องราว ในความงดงาม ของชีวิต จากเพียงเข้าใจว่า ตัวตนที่วิ่งวน ไปมานั้น เป็นความทุกข์แบบใด ทำอย่างไร จึงจะก้าวพ้น จากห้วง แห่งความทุกข์ทน ซึ่งคอยเรียก น้ำตาเราได้ หลายเรื่องราว ที่เกิดขึ้น เป็นเพราะผม มักมองข้าม สิ่งธรรมดา ของชีวิตในแต่ละวัน เป็นผล ต่อเนื่อง จากการมองพ้น สิ่งที่จะนำพาเรา ให้ไกลจาก เหตุแห่งปัญหา อันไม่ใช่หนทาง แห่งการดับทุกข์ แม้พยายาม ฝึกตัวให้เท่าทัน กับใจที่วิ่งวน ฟุ้งขึ้นมา ในทุกครั้ง ที่ถูกกวน ไม่ว่าจากตัวเอง หรือสิ่งรอบข้าง หลายครั้ง นั่งมองตัวเอง ด้วยแววตา หดหู่ หรือบ่อยครั้ง มองด้วยความทดท้อ ละเหี่ยใจ กับสิ่งที่ ยังไม่ปรากฏ และหนทาง ยาวไกล ซึ่งยังไปไม่ถึง หลายสิ่ง หลายอย่าง ประกอบให้เรื่องราว ของชีวิต เป็นสิ่งที่คอย สร้างบททดสอบ กับความจริงในวันนี้

    ครั้งหนึ่ง มีโอกาสอ่าน งานเขียน จากบทเทศนา และปริศนาธรรม ทางพุทธที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งบอกเล่าว่า มีบทเพลง กล่อมเด็ก พื้นบ้านปักษ์ใต้ อันงดงาม ซึ่งซ่อน ความเข้าใจในชีวิต อันคมคาย ที่ชื่อว่า มะพร้าวนาฬิเกร์ ทะเลขี้ผึ้ง ในงานเทศนา ของท่านพุทธทาส แห่งวัดสวนโมกขพลาราม จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งท่าน บอกเล่าเรื่องราว ในตำนาน ของสระน้ำ ว่ามีเหตุ และที่มา ทางปัญญา ขณะท่านนั่งริม สระนาฬิเกร์ เรื่องราว ของปริศนา แห่งชีวิต ซึ่งนำชื่อ จากตำนานพื้นถิ่น แห่งเมืองใต้มาใช้เชื่อมโยง ทั้งหมด ล้วนงดงาม ด้วยคุณค่า อันอุดมเรื่องราว แห่งพุทธนิทาน
    สำหรับบท แห่งความงดงาม ในเพลงกล่อมเด็กนี้ ที่เคยได้ยิน ได้ฟังแบบผ่านหูผ่านตา นานหลายปี กว่าโอกาส จะมา รอคอย จนกระทั่งได้มีโอกาส รับฟังน้ำเสียง และเรื่องราว จากบทคำร้อง อันง่ายดายงดงาม ซึ่งมัก ร้องกล่อมเด็ก ในแถบจังหวัดภาคใต้ นับจากเมืองชุมพร สุราษฎร์ธานี พัทลุง สงขลา ด้วยเรื่องราว แฝงเร้น ความหมาย ของชีวิต และภาพเป็นจริงในท่ามกลางห้วงชีวิตแห่งการเดินทาง 

    บทประพันธ์ คำร้องพื้นบ้าน เริ่มต้นที่ว่า

    เอยมะพร้าว นาฬิเกร์ ต้นเดียวโนเน กลางทะเลขี้ผึ้ง ฝนตกไม่ต้อง ฟ้าร้องไม่ถึง กลางทะเลขี้ผึ้ง ต้นเดียว เปลี่ยวลิงโลดเอย

    หรือมีบ้าง ที่บางเนื้อหา ในบางท้องที่ ของภาคใต้ ที่มีบทร้อง ที่แตกต่าง ตามพื้นถิ่นว่า
 
    คือน้องเอย คือน้อง คือมะพร้าวนาฬิเกร์ ต้นเดียวโนเน กลางทะเลขี้ผึ้ง ฝนตกไม่ต้อง ฟ้าร้องไม่ถึง กลางทะเลขี้ผึ้ง ต้นเดียวเปลี่ยวลิงโลดเอย  หรือบางถิ่น ก็เปลี่ยนท่อนร้องช่วงหลังที่ว่า        
   
    เอยมะพร้าวนาฬิเกร์ ต้นเดียวโนเน กลางทะเลขี้ผึ้ง ฝนตกไม่ต้อง ฟ้าร้องไม่ถึง กลางทะเลขี้ผึ้ง ถึงได้แต่ผู้พ้นบุญ 

    หรือเชื่อมต่อในประโยคที่ว่า เอยมะพร้าวนาฬิเกร์ ต้นเดียวโนเน กลางทะเลขี้ผึ้ง ฝนตกไม่ต้อง ฟ้าร้องไม่ถึง กลางทะเลขี้ผึ้ง คงจะถึงสักวันหนึ่งเอย

    ในบางบทร้องคนละเนื้อหา ซึ่งมีเนื้อเชื่อมโยง ด้วยคำร้อง อันแตกต่าง แต่ทว่าความหมาย เป็นดั่งบท แห่ง ความจริง ในเรื่องราว ของเสน่ห์แห่งชีวิต ในบทคำร้อง มะม่วงหิมพานต์ที่ว่า มะม่วงหิมพานต์ สุกงอมหอมหวาน อยู่กลางแม่น้ำ ทะเลหลวง พ้นลิง พ้นค่าง พ้นสัตว์ทั้งปวง อยู่กลางแม่น้ำทะเลหลวง พ้นเข้เหราเอย
   
    หรือบทเพลง พื้นบ้านถึง บทร้องส้มซ่า ที่เริ่มบทเอื้อนว่า ส้มซ่า ลูกดกหราร่า ร่มฟ้าร่มดิน กาไหนหาญเจาะ เราะ (คือกระรอก) ไหนหาญกิน ร่มฟ้าร่มดิน ร่มหัวคนทั้งเมืองเอย  หลายบท คำร้องล้วน เชื่อมโยง เนื้อทำนองเดียว แห่งความจริง ของเรื่องราวในโลก แห่งความเข้าใจ และการหมุนเวียน เปลี่ยนผ่าน ว่าความเข้าใจ ในโลกที่เห็น เบื้องหน้า คือสิ่งใดบ้าง

    บทสรุปมากมาย ล้วนขึ้นต้นความหมาย แห่งหนทาง และเวิ้งน้ำ แห่งสังสารวัฏ ที่รอคอย การก้าวผ่าน ของชีวิตเรา ทั้งสิ้น หนึ่งในบทคำร้อง แห่งนิทานพื้นบ้าน บทเพลงกล่อมเด็ก มีบทน่าสนใจ และงดงามที่ว่าด้วย     ดอกมะลิ บาน เหมือนจะผลิ อยู่กลางทะเลขี้ผึ้ง ท่ามกลาง คำถามซึ่งคอยย้ำเตือนว่า เมื่อใด เราจึงจะหา ดอกมะลิ อันผลิบานได้

    มากมายของเสน่ห์คำร้อง ซึ่งอุดมงดงาม ความหมายแห่งหนทาง อันไม่มีทางสิ้นสุด ซึ่งรอคอย การตัดสินใจ ของตัวเรา ว่าพร้อมที่จะเข้าไป สู่ทะเลขี้ผึ้ง มากน้อยเพียงใด ด้วยเพราะหัวใจ อันอ่อนไหว เป็นน้ำของทะเลขี้ผึ้ง คือ แก่นแกน แห่งปัญหา ที่เราต้องใช้สติ และปัญญา เข้าถึง ใช้ชั่วขณะ และห้วงเวลา ยามที่ใจร้อนแรง จึงจะเข้าถึง เฉกเช่น เมื่อทะเลขี้ผึ้งอ่อนไหว แต่ยามใด เมื่อใจเย็นลง เราอาจไม่พบเห็น เรื่องราวอันร้อนแรง หรือเคลื่อนไหว ดุจสายน้ำ ด้วยเพราะใจคนต่างก็เป็นดั่งทะเลขี้ผึ้ง

    หรือแม้ว่าโลกที่เห็น เบื้องหน้านั้น ยังเป็นเรื่องราว แห่งหนทางค้นหา มากกว่า หนทางแห่งคำตอบ หรือเช่นไรนั้น หลายครั้ง ของบทร้องอันงดงาม ทำให้พบคำเชื่อม คำตอบที่ว่า ร่มฟ้าร่มดิน ร่มหัวคนทั้งเมืองนั้น ด้านหนึ่ง สามารถตีความ เป็นสรรเสริญ แด่มหาบุรุษศากยะวงศ์ ในนามเจ้าชายแขกขาว ผู้เดินทาง ตามหาห้วงขณะ แห่งจิตวิญญาณ เพื่อการหลุดพ้น หรือเหมือนดั่ง บทสรรเสริญ ของเหล่านักปราชญ์ ได้เขียนกล่าวไว้ว่า ไม้ใหญ่ หนึ่งต้น ปกร่มคลุมผู้คน บนพื้นดินได้เท่ากับ ที่ร่มเงาตนปรากฏ แต่เหล่ามหาบุรุษ และรัฐบุรุษ แห่งอาณาจักร อันยิ่งใหญ่ สามารถ ปกร่มเงา คลุมความสุข ให้แก่ผู้คนบนแผ่นดิน ได้มากมายกว่า ตัวตนของตนเองนัก มากมาย จนแทบจะ ครอบคลุม ความผาสุกให้แก่ผู้คน ทั้งร่างกาย และจิตวิญญาณ บทแห่งคำร้องในหนทางเพื่อก้าวพ้น ห้วงแห่งทะเล อันทุกข์ทน ห้วงทะเล ในนาม แห่งสังสารวัฏนั้น กลับมีเรื่องราว ที่มากมายคำถาม ปรากฏขึ้นเสมอ แม้ในยาม ที่ต้องถามหาหนทาง แห่งความจริง บนแผ่นดินนี้

    แม้ความซับซ้อน ของเรื่องราว จะซุกซ่อนอยู่ใน ขั้นตอนตรรกะ แห่งความจริง ของสังสารวัฏ ที่พวกเรา ต้องค้นหา เป็นส่วนตัว เพื่อนำพาเราไปสู่ หนทางแห่ง การหลุดพ้น หนทาง แห่งความเข้าใจ ที่รู้ว่าโลก และเรื่องราวนี้ จะนำพาเรา ไปสู่ขอบเขตความจริงใดบ้าง และเราจะสามารถดำรงอยู่ในบทบาทใดได้บ้าง ในยามที่ชีวิต ยังหวนคำนึง ถึงเรื่องราว แห่งการรับรู้ ถึงเรื่องราว แห่งความจริง ว่าชีวิต เป็นสิ่งที่ต้อง ก้าวย่างผ่านไป ค้นหา เพื่อไปสู่คำตอบ อันแท้จริง ให้ได้ ท่ามกลาง การว่ายน้ำข้าม ผ่านทะเลขี้ผึ้ง ของชีวิตเรา

    ด้วยเพราะ สีสันขุ่นข้น อันอ่อนไหว และอาการ เหลวตัว ยามต้องความร้อน ในแต่ละเนื้อ ของแก่น แห่งทะเลขี้ผึ้ง คือคำตอบ ของปัญหา ซึ่งเริ่มต้น วิธีการแก้ไขที่หัวใจของปัญหา ให้เราเข้าสู่แก่น แห่งปัญหา จึงจะเข้าใจ เพราะเมื่อใด ใจเราหยั่งราก ลงลึกสู่ห้วงน้ำ แห่งความจริง ของชีวิต เมื่อนั้น การเข้าสู่แก่นแท้แห่งปัญหาจึงเกิดขึ้น เมื่อทุกข์ที่ใด ก็ให้ดับที่นั่น เพราะเมื่อปัญหา เย็นตัวลง จะจับตัวแข็ง การแก้ไข อาจทำได้ เพียงขจัดขี้ผึ้ง อันแห้งกรัง ที่ไม่อาจหมดสิ้น เพราะยังทิ้งคราบแห่งความจริงที่ปรากฏ เพราะเหตุอันล่วงเลยแข็งตัวของปัญหา ดังนั้น หนทางอันร้อนรุ่ม และเข้าสู่แก่นใจกลาง ของปัญหา คือสิ่งที่เรา ควรจะกระทำ มากมาย กว่าการ ถอยห่าง และหลีกพ้น

    บางครั้ง ในช่วงเวลา ที่เราดื้อด้าน หูตามืดมัว เพราะหลงเข้าใจว่า ตัวเองคิด และกระทำในสิ่งที่ถูก การอ่าน ผลงานจากตัวอักษร อันสงบเงียบ ที่ได้รับการเขียน และบรรยากาศ จากผู้ผ่านประสบการณ์ แม้เพียง เป็นนิทาน พื้นบ้าน ซึ่งหยิบยกเรื่องราว สู่ความเข้าใจ ดั่งคำสอน ของท่านพุทธทาส ยามนั้น ความเข้าใจ ที่เสมือนท่าน ได้นั่งกระซิบ อยู่ข้างหู บอกกล่าวสั่งสอน  เหมือนเสียงที่ก้องไปมาว่า พอแล้ว หาหนทางเข้าสู่การแก้ปัญหาเสียที  เสมือนเสียงของครูตักเตือนสติและจิตวิญญาณให้คลาย ในยามที่อากาศ และจิตใจร้อนรุ่ม

Last update: 19-07-2008 19:49

Editors review User comments อ่านต่อ...
ทะเลแห่งสังสารวัฏ
PDF พิมพ์ อีเมล
 
Free template 'Feel Free' by [ Anch ] Gorsk.net Studio. Please, don't remove this hidden copyleft!