ยินดีต้อนรับ !

ใครออนไลน์อยู่บ้าง

เรามี 17 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

เพื่อนบ้าน

ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ThaiGreenMarket.com
FTA watch
ป้ายโฆษณา
SemReview
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป๋วยเสวนาคาร
พบเพื่อนใหม่ LifeStyle ตรงกัน

ชวนอ่านปาจาฯ ฉบับ6



ประชาธิปไตย เดินไปข้างหน้าได้อีกไหม น้อ ??

By สุมนมาลย์ สิงหะ, on 07-09-2008 08:42

Views : 233    

Favoured : 15

Published in : บทความ, เรื่องมีสาระเอาไว้ขบคิด

นี่เป็นสรุปวงเสวนาวิชาการเรื่อง ?ยังมีทางเดินไปข้างหน้าอีกไหม ตามระบอบประชาธิปไตย?
เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2551 ณ สมาคมศิษย์เก่ารัฐศาสตร์ จุฬาฯ


คุณนิมิตร:  ในที่นี้มองไปข้างหน้า  ไม่ใช่แค่สองไม่เอา
อ.ประภาส : ที่มาที่ไปคือ โจทย์ทางเลือกในสถานการณ์อย่างนี้  ไม่ควรปล่อยให้ใครผูกขาดนิยาม  มีเรื่องพื้นฐาน 3 เรื่อง
  1. เหตุประชาธิปไตยเป็นอยู่ มีปัญหาที่แตกต่างกันอย่างไร โจทย์ที่พันธมิตรโยนลงมา ดิ่งตรงมาที่ ?ชาวบ้าน?คือ  มองว่าชาวบ้านเป็นเหยื่อของระบอบทักษิณ  ประชาธิปไตยแบบตัวแทนมีปัญหาอย่างไร  ชาวบ้านถูกมองว่าเป็น ?ไพร่ในระบบอุปภัมภ์?  ส่อความไม่วางใจต่อประชาชนในชนบท ถูกมองว่าร่วมขายชาติ และค้ำยันระบอบทักษิณตลอดมา
  2. ฐานคิด และวิธีการที่นำไปสู่ประชาธิปไตยแบบตัวแทน  นำไปสุ่ปัญหาอื่นๆ อีกมากมายในภายหลัง การเสนอพิมพ์เขียวการเมืองใหม่ของพันธมิตร ไมได้เสนออะไรที่ชัดเจน   แต่มองว่าระบบการเมืองที่เป็นอยู่เสียดุล ต้องสร้างดุลอำนาจใกม่ ด้วย
  3. วิธีการมี 3 ส่วนด้วยกัน 1) เปิดให้กองทัพเข้ามา การให้สถาบันเข้ามาดุลอำนาจทางการเมืองมีการกำกับการเมือง (ทุจริตคอร์รัป) 2) ตุลาการภิวัตน์ 3)ประชาธิปไตยแบบโควต้าอ้อย 70:30  คืออำมาตยาธิปไตย แบบการเลือกตั้งปกติ(30) ระบบคัดสรรจากสัดส่วนอาชีพ(70)  มันจะนำพาไปสู่สังคมการเมืองยังไง ไปลดอำนาจผู้เลือกตั้งจากประชาชนในชนบทแน่นอน
ตอบโจทย์ แต่มีปัญหา 2-3อย่าง ระบบคัดสรร  สมาคมชาวนาไม่มีตัวแทนของสมัชชาคนจนอยู่เลย  พิมพ์เขียวพันธมิตรก็ไม่รู้จะแก้ไขได้ไหม แต่ดุลอำนาจเกิดขึ้นใหม่แน่ แล้วใครจะเป็นคนกุมกำหนด   กลายเป็นการถ่ายโอนไปให้ข้างบน ให้ทหารจัดการ มันจะมีการถ่ายโอนอำนาจมาสู่ข้างล่างบ้างไหม ซึ่งเราก็เคยมีตัวอย่างอยู่บ้าง ในทางวิธีการ  ประเมินว่า  การเมืองใหม่ของพันธมิตรเกิดขึ้นด้วยอำนาจนอกระบบ จะเข้าสู่วงจรแบบเดิมหรือไม่  ยังมีทางออกอื่นๆ

อ.ไชยันต์ : รูปแบบการปกครองที่ดีที่สุดคืออะไร พันธมิตรโยนโจทย์แบบนี้มาก็ดีในแง่การเปลี่ยนแปลง  มันสะท้อนว่าเราไม่พอใจแบบเก่า  คำถามน่าจะอยู่ที่ ?ยังมีทางเดินต่อไปข้างหน้า ในการเมืองไทยหรือไม่? มากกว่า แต่ระบอบประชาธิปไตย ผมคิดว่าต้องเป็นกลาง  เพราะอำนาจมีสองด้าน ทั้งดีเลว ทัศนคติที่เคลือบแคลงต่อมวลชนมีมานานแล้ว ซึ่งมวลชนส่วนใหญ่เป็นคนจน โดยทฤษฎี ความเคลือบแคลงนี้มีตั้งแต่ร่างรัฐธรรมนูญอังกฤษ มวลชนรับเงินคิดล่วงหน้า ปัญหาอยู่ที่ นักการเมืองที่หยิบยื่นมากกว่า  เติมประเด็นภายใต้รูปแบบการปกครองในอนาคตอะไรคือ สิ่งที่ดี จำเป็นควรมีอยู่ สิ่งที่เราถกเถียงสาหัสอยู่เหมือนกัน    
  1. สถาบัน ร่างรัฐธรรมนูญ ไม่มีการพูดถึงอำนาจพระมหากษัตริย์ที่ตรงไปตรงมาอันที่หนึ่ง ถ้าเรายังคิดการเปลี่ยนแปลงภายใต้รัฐสภา ก็ต้องมีประมุขของรัฐ คือมีนายกรมต.  อยากได้แบบจากการเลือกตั้ง หรือแบบสืบสายสถาบันกษัตริย์ 
  2. ระบบสภา  เห็นด้วยเรื่อง 70/30   เป็นอะไรได้บ้าง ทุกกลุ่มควรจะมีตัวแทนในสภา ให้เกษตรกรมีตัวแทนในสภามากกว่าส่วนอื่น
อ.อานันท์ : เรามองการเมืองในระบอบซึ่งแคบมาก  การเมืองอเมริกาก็โกง เรามองการเมืองแบบการช่วงชิงอำนาจ   ส่วนที่หนึ่ง  การเมืองของชนชั้นกลาง แบบความคิดเสรีนิยม  ส่วนชนชั้นล่าง เราไม่ได้เปิดพื้นที่ให้เค้า  จุดเปลี่ยนผ่านสู่ยุคทุนนิยม ที่พยายามให้ทุกคนอยู่ดีมีสุข  สองเน้นวัตถุ  จะเห็นว่าช่วงนี้มันเรียกร้องเรื่องศีลธรรม (Ethnic) จิตใจในยุคหลังทุนนิยม  เราอาจต้องมองไปไกลกว่าระบอบ  ไม่งั้นเราจะเจอทางตันเยอะมาก    ทั้ง ๆที่ความไม่เป็นธรรมในสังคมเยอะมาก  การเมืองไม่มีทางสะอาดคุณจะปัดกวาดยังไงได้  แต่คนจนไม่เคยได้ประโยชน์จากกฎหมาย  การเมืองระดับล่างต้องการนโยบายมากกว่า ว่าเขาจะเอายังไง ทิศทางสำคัญที่ทำให้การเมืองมีส่วนร่วม โครงสร้างการเมืองระดับล่าง  การก่อตัวทางสังคมใช้กฎหมายได้น้อยมาก  ชาวบ้านไม่ได้เป็นเสนอความเสียหายได้เอง กระบวนการทางกฎหมายสกัดกั้นต่อต้าน  เปิดพื้นที่ชนิดอื่นของการถือครองทรัพยากร  ชาวบ้านเป็นเหยื่อตลอด  ปลดชนวนเรืองที่เกิดจริงในพื้นที่  การกระจายการถือครองทรัพยากร มันก็สะดุดขาตัวเอง ก้าวไปไม่ได้  ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เทคนิค แค่เรื่องสัดส่วน  เป็นการเมืองที่อาศัยความรู้สึก งมงาย เพราะที่ผ่านมาเน้นวัตถุกันมาก

ดร.อภิชาติ : การเมืองแบบมีส่วนร่วม  Participatory Politic เราจะเพิ่มให้คนชั้นล่างยังไง   ถ้าสังคมไม่ยอมรับ เบื้องต้นคือ  logic   ความคิดที่ว่า คนจนในชนบทเป็นเหยื่อของระบบทักษิณ  ถ้ามองเขาแค่ความจำเป็นเฉพาะหน้าคือ คือมองว่า   คนจน ?โง่ งก?  คือ ที่มาของพิมพ์เขียวการเมืองใหม่ของพันธมิตร representative ของพันธมิตร  เพืออุดมการณ์ของชนชั้นตัวเอง  ถ้าเราเริ่มจากหลักการนี้ ว่าคนมีเหตุผล และคนเท่าเทียมกัน เรายอมรับหลักการนี้ไหม ไม่งั้นเราก็เริ่มต้นที่เทคนิคเสมอ  หลักการนี้เรียกได้ว่า สังคมอารยะ  เอาเข้าจริง 30 บาทมีประโยชน์กับชาวบ้าน ความตายมารออยู่ตรงหน้าแล้ว ต่อให้ไม่มีการซื้อเสียง พรรคทรท. ก็จะชนะ เพราะนโยบาย และนี้มันสะท้อนเจตจำนงค์เสรีของคนชนบท

คุณอัภยุทย์: สรุปท่าทีของเครือข่ายสลัม4ภาค   และความคิดทางการเมืองของผมเอง ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถยึดกุมความชอบธรรมทางการเมืองได้สมบูรณ์ กระบวนการใช้อำนาจส่อไปทางไม่รับฟังเสียงประชาชน พันธมิตรชอบธรรมในประชาธิปไตยทางตรง การใช้สื่อ แต่เคลือบแคลงในแง่เป้าหมาย นายกออกไม่แน่ว่าจะจบ การไม่รับพลังประชาชนเลยถือว่าล้ำเส้น ถ้าพันธมิตรจะมีการเมืองใหม่ ก็ไม่สามารถจัดการได้เอง ทางออกจากวิกฤติคือ  ต้องถอยทั้งสองฝ่าย ทหารเองก็ไม่อยากใช้อำนาจ  สลัมสี่ภาคเสนอยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชนไป สามเรียกร้องพันธมิตร ต้องเคารพต่อระบบ ภายใต้รัฐธรรมนูญปี 2550 เข้าสู่กระบวนการตามรัฐธรรมนูญ สี่ เพื่อคนเล็กคนน้อย ที่น้องที่ถูกจับก็ยังไม่ได้ถูกประกัน ส่วนของผมเอง ท่าทีต่ออนาคต   ไม่ว่าการเมืองจะเก่าหรือใหม่ มี 2 อย่าง 1) การเมืองแบบพรรคการเมืองแบบชนชั้นนำ ที่เอามวลชนมาเป็นฐาน 2) กระบวนการภาคประชาชน  แบบพันธมิตรก็ยังเป็นการเมืองแบบชนชั้นนำ แค่เปลี่ยนแปลงการนำ ผมสนใจการเมืองภาคประชาชนมากกว่า ชูประเด็นเรื่องความธรรมของสังคมมากกว่า ซึ่งเรายังทำงานหนักไม่พอ ถ้าเราจะเรียกร้องการปฏิรูปการเมืองภาคประชาชน   รื้อฟื้นปฏิรูปการเมืองใหม่อย่างจริงจัง  หนึ่งคือ เรื่องตัวบทกฎหมาย  รธน.ต้องมีการแก้ไข ต้องดึงเรื่องสู่วาระทางสังคม  สอง เชิงกฎมหมาย ผลกระทบกับชาวบ้านเยอะมาก  สาม ต้องมีกรอบการสร้าง การเชื่อมร้อยประชาสังคมอย่างจริงจัง ทำให้เป็น วาระแห่งชาติ ภาคปฎิบัติการมันควรเป็นการเอาความรู้มาใช้แล้ว จะสร้างการเมืองภาคประชาชนให้เข้มแข็งได้อย่างไร

คุณไพโรจน์ : หนึ่ง มูลเหตุของการตั้งต้น ปฏิรูปการเมือง  สอง ปฏิรูปอะไรในสาระ  สาม ตั้งต้นยังไง  สี่  เงื่อนไข หนึ่ง  ระบบการเมืองแบบตัวแทนไม่เพียงพอตอบสนองผู้คนในประเทศนี้ได้ มันตอบเพียงบางกลุ่ม ซึ่งมีอิทธิพลในการกำหนดชีวิตผู้คน ในรูปแบบ พรรคการเมือง
สอง เชิงสถาบัน  ทุกคนเป็นเจ้าของประเทศ ที่กำหนดชะตาชีวิต มีบทบาทและอำนาจในการจัดการการเมืองอย่างไร  การเมืองนอกระบบจะจัดการอย่างไร     ควรสร้างระบบตรวจสอบที่เข้มแข็ง ถ่วงดุลการเมืองตัวแทนให้ได้  ที่สำคัญหาอำนาจมาดุล  เราไปให้สถาบันตุลาการมาใช้อำนาจ ระบบวุฒิสมาชิก 74,76  วิธีคิดแบบคนดี  ตัวแทนของสถาบันที่ใช้อำนาจจะจัดการตรวจสอบอย่างไร  โดยจริงมันขัดแย้งว่า สถาบันที่ใช้อำนาจได้แค่ไหน    ถูกตั้งคำถามถึงฐานที่มาของอำนาจ  สถาบันแบบนี้มีปัญหา ที่มาเข้าสู่อำนาจ  การเมืองแบบช่วงชิง เราย่อมไม่มีทางสกัดการเข้ามาของคนไม่ดี เราจะแก้ได้อย่างไร
สาม ต้องสร้าง การเมืองคู่ขนาน กำหนดการตัดสินใจเรื่องทรัพยากร เปิดให้คนร่วมตัดสินใจด้านนโยบาย ไม่ใช่แค่ตัวแทน  ขยายพื้นที่ รวมทั้งสถาปนานโยบาย กฎหมายและกลไกการปฏิบัติการ  สี่  สร้างเงื่อนไข  ตั้งกรรมการปฏิรูปการเมือง  อะไรที่อยากเห็นภาพ แล้วอาจนำพาไปสู่การแก้รธน.ก็ได้ มาจากหลายฝ่าย ปรับความสัมพันธ์ในรธน.  ใครจะสถาปนาให้กลุ่มนี้มีความชอบธรรม

คุณนิมิตร : การเมืองใหม่ต้องมีทั้งส่วนเสรี เป็นธรรมด้วย

อ.พิรงรอง :  การปฏิรูปสื่อ คลื่นเป็นของสาธารณะ การเก็บภาษีของคลื่นเป็นหน้าที่ภาครัฐในรูปแบบสัมปทาน ไม่ว่ายุคไหนช่อง 11 เป็นเครืองมือของรัฐอย่างชอบธรรม ช่อง 3 5 9 7 11 แม้แต่ Thai TBS เห็นชัดมากในยุคทักษิณ  สรยุทธ์ จนถึง สนทนาประสาสมัคร  เสนอ 1.ถ้าจะปฏิรูปการเมืองก็ต้องปฏิรูปสื่อก่อน   มาตรา47,70 พรบ.จัดสรรคลื่นความถี่ พรบ.จัดสรรวิทยุและโทรคมนาคม  2.ภาคประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมน้อยมาก  ยุคทักษิณเป็นไม้เบื่อไม้เบากับสือสิ่งพิมพ์ แล้วพยายามครอบงำเช่นไทยโพสต์ กับสมัครแย่ใหญ่เลย 3. ต้องปฎิรูปความสัมพันธ์ 4.ปฏิรูปบรรทัดฐาน NBT /มาตราฐานทางวิชาชีพของสื่อ เช่น ASTV ซึ่งเป็นสื่อทางเลือก แต่สื่อใดๆ ก็ตามน่าจะมีมาตราฐานวิชาชีพ ไม่ใช่การขยายความขัดแย้งในวงกว้าง  ASTV ถูกปฏิรูปไปเล็กน้อย เกิดจากการสัมปทานในยุคทักษิณเหมือนกัน เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างที่ได้รับการเปิดเสรี โครงสร้างมันเปลี่ยน แต่มาตรฐานทางวิชาชีพเปลี่ยนไปด้วยไหม

อ.ไชยันต์ : การเมืองใหม่เกิดขึ้นได้วินาที ในทันที  เราต้องร่วมกันกดดันเพื่อดุลอำนาจ
เมธา มาสขาว: ปฏิบัติการก้าวหน้า ข้อเสนอที่ล้าหลัง ซึ่งแตกหักและไม่มีทางออก คนชั้นล่างไม่ได้อะไร

คุณสุนทรี : เราสงสัยในเป้าหมายของพันธมิตร และอิหลักอิเหลื่อมากขึ้น จนกระทั่งนำไปสู่ความรุนแรง
อ.จอน: ประเทศไทย double standard ทุกกลุ่มให้อภัยกลุ่มตนเอง  กรณีอุดร ฝ่ายไม่เอาพันธมิตรก็ไม่ออกมาประนาม ใช้คุณค่านั้นอย่างเป็นธรรม ยืนยัน agenda ตัวเอง เราต้องประณามความรุนแรงทุกชนิดไม่ว่าเปิดกับใคร สอง การเมืองระดับประเทศ ต้องแก้สังคมที่เป็นธรรม และภาคประชาชนต้องทำให้เข้มแข็ง แต่อย่าเพิ่งสรปุว่าการเมืองรัฐสภาล้มเหลมสิ้นเชิง เพราะเราไม่ปล่อยให้มันการเมืองแบบตัวแทนเติบโตเลย  สาม ตรวจสอบสถาบันที่ที่อยู่เหนือการตรวจสอบ ศาล หรืออื่นๆ   ผมคิดว่าตอนนี้เมืองไทยมีชีวิตชีวามากที่สุดในโลก แต่ไม่ควรให้เกิดความรุนแรง รัฐประหาร เราจะเอารถไฟกลับไปไว้ในรางได้ยังไง  และคำถามต่อไปคือ รางเก่า รางใหม่ รัฐสวัสดิการผมเห็นด้วย และเป็นจุดร่วมได้
สุมนมาลย์ สิงหะ  สรุป

Last update: 07-09-2008 09:10

Editors review User comments อ่านต่อ...
ประชาธิปไตย เดินไปข้างหน้าได้อีกไหม น้อ ??
PDF พิมพ์ อีเมล
 
Free template 'Feel Free' by [ Anch ] Gorsk.net Studio. Please, don't remove this hidden copyleft!