ในสังคมทุนนิยม ที่แยกสัตว์สังคม อย่างมนุษย์ ให้กลายเป็นปัจเจก นำมาซึ่งความรู้สึกแปลกแยก และโดดเดี่ยว จนเราเองอาจจะ หลงลืมไปว่า ครั้งหนึ่ง มนุษย์เคยเป็น สัตว์สังคม ที่มีการปะทะสังสรรค์กันในกลุ่ม
สิ่งยึดโยงมนุษย์ปัจเจกให้รู้สึกเหมือนมีตัวตนในโลกก็คือสินค้า ที่ถูกสร้างค่าดังเป็นสิ่งเติมเต็มชีวิตโดยผ่านการโฆษณา
โลกของโทนี่ก็เช่นกัน เขาเต็มไปด้วยความโดดเดี่ยว ค่าที่ไร้ญาติและกำพร้าแม่ตั้งแต่เด็ก และด้วยความที่มีชื่อเป็นฝรั่ง โทนี่จึงเป็นสิ่งแปลกปลอมในสังคมเพื่อน
โลกอันโดดเดี่ยวเหมือนจะเป็นโลกอันสมดุลที่โทนี่พอใจและเต็มใจจะมีชีวิตอยู่ กระทั่งได้เจอกับคนรัก เขาตกหลุมรักเพราะการแต่งตัวของเธอเท่านั้นเอง

ไม่ต่างอะไรกับปัจเจกในสังคมทุนนิยมที่กระหายในตัวสินค้า วาดหวังจะเป็นสิ่งเติมเต็มความพร่องของชีวิต
โลกของผู้หญิงโทนี่คือการชอปปิ้ง กิจวัตรประจำวันของเธอคือการซื้อเสื้อผ้า กระทั่งต้องเปลี่ยนห้องนอนมาเก็บเสื้อผ้าแทน แม้บางชิ้นจะไม่เคยนำออกมาใช้งานเลยก็ตาม “มันเหมือนเป็นสิ่งเสพติด” เธอบอกโทนี่อย่างนั้น
ในวันที่ภรรยาจากไปเธอทิ้งเสื้อผ้ากองโตไว้เป็นอนุสรณ์ความรัก และในวันที่พ่อจากไปเขาก็ทิ้งแผ่นเสียงกองพะเนินไว้เป็นมรดกแก่ลูกชาย
สมบัติกองโตมิอาจเยียวยา โทนี่กลับสู่โลกความโดดเดี่ยวอีกครั้ง!
ความโดดเดี่ยวไม่อาจเยียวยาด้วยสินค้าหรือการบริโภคอย่างบ้าคลั่ง และโทนี่เองก็เหมือนจะรู้ว่าท้ายที่สุดแล้วเขาควรจะปฏิสัมพันธ์กับอะไร
TONY TAKITANI สร้างจากนวนิยายของ ฮารูกิ มุราคามิ นักเขียนที่นักอ่านชาวไทยคุ้นเคยเป็นอย่างดี ผู้ที่ว่ากันว่าถ่ายทอดความโดดเดี่ยวแห่งยุคสมัยได้ดีคนหนึ่ง
หนังเล่าเรื่องเรียบๆ เฉื่อยๆ การลำดับภาพก็เหมือนการนั่งดูภาพไสลด์ที่เคลื่อนไหวได้อย่างไรอย่างนั้น อาจจะเป็นของแสลงสำหรับบางคน แต่บางคนอาจจะหลงรักหนังเรื่องนี้เต็มหัวใจ





