
คนแรก กิมย้ง ผมเห็นแกเป็นปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งวิทยายุทธ์สายใหม่ของวรรณกรรมกำลังภายใน ด้วยโครงเรื่องและปรัชญาที่ลุ่มลึกกว่านักเขียนคนอื่นๆ ส่วนหนึ่งโครงเรื่องแกได้มาจากของตะวันตกครับ แต่เมื่อมาผสานกับปรัชญาของแก ผมว่าเนียนและยกระดับวรรณกรรมได้ดีทีเดียว
แต่ลุงแกอาจจะใหม่ในสมัยแก พอตกมาอยู่ในสายตาผม ผมว่าแก่โบราณไปนิด ตั้งแต่เรื่องความรักชาติ ของก๊วยเจ๋ง อึ้งย้ง เอี้ยก้วย ฯลฯ ทั้งมีท่าทีที่ชาตินิยมจีนอย่างเห็นได้ชัด
แต่ผมชอบ แปดเทพอสูรมังกรฟ้า กระบี่เย้ยยุทธจักรและจิ้งจอกอหังการมาก เพราะพูดถึงคนชาติอื่นได้ดี และยกย่องผู้หญิงด้วย
สรุปคือ กิมย้งในสายตาผมเหมือนลุงอายุมาก ที่ซื่อสัตย์กับสิ่งที่ตนเชื่อ ถึงแม้มันจะเก่าไป ในสายตาคนรุ่นต่อมาก็ตาม

คนต่อไป อุนสุยอัน หรืออุนเลี้ยงเง็ก ผมเคยบอกใครต่อใครว่านี่แหละเป็นนักเขียนนิยายกำลังภายในที่ดีที่สุดอีกคนหนึ่ง เขาเป็นนักเขียนรุ่นใหม่ เป็นนักกิจกรรมทางการเมืองของไต้หวัน แต่เน้นงานวรรณกรรมนะครับ ผมไม่รู้เรื่องราวเขามากไปกว่าคำแนะนำของ น.นพรัตน์
ผมชอบเขาตรงที่พยายามแหวกโครงเรื่องของนักเขียนชั้นครูอื่นๆ ที่มักปฏิเสธทางการ และพระเอกมักเป็นคนพเนจร แต่ตัวเอกในชุด สี่มือปราบพญายมกลับเป็นคนพเนจรในคราบของมือปราบทางการ ต้องต่อสู้อย่างปวดร้าวกับทั้งทางการและฝ่ายอธรรม
เรื่องที่ชอบ มี กวีในดงดาบ ที่พูดถึงจอมยุทธที่ถูกทางการจับไป แล้วมีมิตรสหายมาช่วยเหลือ
ฝ่าความตาย เป็นจอมยุทธคนหนึ่งที่ต่อสู้กับทางการ แล้วมีคนหักหลังต้องหลบหนีกระเซอะกระเซิง
ชุดศาสตราวุธ ของอุนสุยอัน มี ดาบเสียดฟ้า กระบี่เลือดเดือด ทวนทะลวงศึก เกาฑัณรันทด และอะไรอีกหลายเล่ม พูดถึงจอมยุทธบ้านนอกที่ถูกม้วนเข้าสู่วังวนของการแย่งชิงอำนาจ เขาจะดำรงความสัตย์ซื่อไว้ท่ามกลางความหลอกลวงได้อย่างไร
ชุด ล้างรอยเลือด เชือดชีวิต มือเหล็กพิชิต ผมก็ชอบ
โครงเรื่องของอุนสุยอัน ผมว่าเอามาจากชีวิตนักกิจกรรมของผู้เขียนเอง มีการชุมนุมของชาวบ้าน มีการจับกุมนักกิจกรรมอย่างไร้ความเป็นธรรม การเปลี่ยนสีแปรธาตุของฝ่ายธรรมะ นักกิจกรรมผู้ท้อแท้แต่ไม่ยอมสยบ ฯลฯ
อ่านแล้วสะท้อนใจ…
ในเรื่องปรัชญาเล็กๆ น้อยๆ ให้แง่มุมไปขบคิดต่อพออร่อย อย่างเช่น จะดูว่าใครเป็นวีรบุรุษที่แท้ให้ดูตอนที่มันพ่ายแพ้ ,มีจอมยุทธคนหนึ่งได้ชื่อฉายาว่าเป็นขุนพลพ่ายแพ้ เนื่องเพราะตั้งแต่ท่องยุทธจักรมามันพ่ายแพ้มาตลอด แต่ไม่มีใครกล้าดูแคลนมัน เพราะผู้ที่มันพ่ายแพ้นั้น ไม่เคยมีใครมีชีวิตรอดกลับมาเช่นมันสักคน
ผมมองเขาเป็นคนหนุ่มเลือดร้อน ที่ไม่รู้หรอกว่าโลกมันโหดร้ายเพียงไร เพียงต้องการผดุงธรรมอย่างไม่คิดชีวิตเท่านั้น
จุดอ่อนของอุนสุยอันคือเรื่องออกจากแฟนตาซีมากไปหน่อยบางคนไม่ชอบ และตอนหลังๆ เรื่องของแกออกจะสั่งสอนผู้อ่านมากไปอย่างคู่อริใต้หล้า หรืออะไรเนี่ย จำไม่ได้
ส่วน อ้อเล้งเซ็ง ผมก็ชอบ อย่างชุด เจ็ดนักกระบี่ สามกระบี่สาว นางพญาผมขาว ก็คลาสสิคมาก แต่ภาษโบราณไปนิด ชาตินิยมได้เนียนมากๆ
คนสุดท้าย หวงอี้ เข้าเรื่องซะที
หวงอี้เป็นนักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์มาก่อน เพราะเขียนนิยายกำลังภายในแล้วบก.ไม่รับ ให้ไปเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ก่อน จนดังแล้วค่อยหันมาเขียนกำลังภายใน
ใครจะอ่านผมแนะนำให้อ่านตามลำดับการเขียนของเขานะครับ คือ ศึกเลียดก๊ก (พิมพ์ใหม่ชื่ออะไรจำไม่ได้) เจาะเวลาหาจิ๋นซี เทพมารสะท้านภพ แล้วค่อยอ่านมังกรคู่สู้สิบทิศ เพราะถ้าอ่านมังกรคู่แล้วไปอ่านพวกนั้นจะรู้สึกมันไม่ค่อยดี ดังคำ “ผ่านทะเลแล้วเห็นแม่น้ำเล็กกระจ้อยร่อย”
แต่ถ้าใครไม่มีเวลาก็แนะนำให้อ่านจิ๋นซี กับมังกรคู่นี่แหละครับ
เอ้า เขียนไปเขียนมา ยาวเกินไปแล้วเนี่ย ยังไม่เข้าเรื่องมังกรคู่เลย ยกยอดไปคราวหน้าก็แล้วกัน
ป.ล. บทความนี้พี่อ้วนเขียนค้างเอาไว้ตั้งแต่ปีแรกที่ตั้งสถาบันต้นกล้ากันเลยทีเดียว จนป่านนี้ยังไม่มาเขียนต่อ แม้จะมีคนรออ่านจนลืมไปแล้วก็ตาม